เต่าเลี้ยง
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
เทศน์พระ วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะ ธรรมะเป็นธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสรู้เองโดยชอบ โดยความชอบธรรม เป็นสิทธิขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธรรมๆ ไง สาวกสาวกะ ผู้ได้ยินได้ฟัง ได้ยินได้ฟังธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
แล้วถ้าเป็นสัจจะเป็นความจริงในหัวใจของเราล่ะ
นั้นมันถึงจะเป็นสัจจะความจริงในหัวใจของสาวกสาวกะ
สาวกสาวกะคือผู้ที่ได้ยินได้ฟัง คือมีครูบาอาจารย์ มีทฤษฎี มีสัจจะมีความจริงนั้นเป็นผู้ชี้ทาง แล้วเราอาศัยสัจจะทฤษฎีนั้น แล้วศึกษาค้นคว้า มันมาจากนู่น
ถ้ามันมาจากนี่ คือมาจากหัวใจของตน ถ้ามันมาจากหัวใจของตนนะ มันต้องเป็นสัจจะเป็นความจริง ถ้าเป็นสัจจะเป็นความจริงนะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระอรหันต์ สาวกสาวกะผู้ที่ประพฤติปฏิบัติขึ้นมาสิ้นกิเลส เป็นพระอรหันต์ พระอรหันต์กับพระอรหันต์รู้เท่าทันกันหมดในเรื่องอริยสัจ แต่ทำไมพระอรหันต์ในสมัยพุทธกาลที่ต่างคนต่างว่าความรู้ความเห็นของตนสำคัญกว่าๆ ไง
พระสารีบุตรก็ว่าปัญญาสำคัญกว่า พระโมคคัลลานะก็ว่าอิทธิฤทธิ์สำคัญกว่า พระอุบาลีก็ว่าวินัยสำคัญกว่า ไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นี่ก็พระอรหันต์น่ะ
อาสวักขยญาณสำคัญที่สุด
ความรู้ของตน ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก อันนั้นสำคัญที่สุด
ถ้ามึงรู้จริง มันถึงจะเป็นความจริงไง
ถ้ามึงรู้จำ
นี่ขนาดว่ารู้จริงแล้วนะ แต่รู้จริงแล้วก็ยังความถนัดของตน ถ้าความถนัดของตน อันนั้นก็ดีที่สุดของคนคนนั้นไง แต่ถ้าเป็นคนคนนั้น แต่ไม่ใช่คนอื่น คนอื่นเขาก็มีความถนัดอย่างอื่นเหมือนกัน ความถนัดอย่างอื่นคือสันดาน นิสัยวาสนาคือสันดาน สันดานของแต่ละบุคคล แต่อริยสัจมันไม่ใช่สันดาน อริยสัจมันเป็นความจริง มรรค ๘ มันเป็นมรรค ๘ มรรค ๘ ความจริงอันนั้นไง
นี่ฟังธรรมๆ ฟังธรรมๆ ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฟังธรรมแล้วน้อมเข้ามา น้อมเข้ามาในหัวใจของตน จิตตภาวนาๆ จิตนั้นเป็นผู้ภาวนา ภาวนามยปัญญา ปัญญาเกิดจากจิต นี่ไง ที่ว่าปัญญาเกิดจากจิตๆ ไม่ใช่เกิดจากสมอง ไม่ใช่เกิดจากประสบการณ์
ไอ้ที่ว่าประสบการณ์ ประสบการณ์คือสันดาน สันดานความถนัดของแต่ละบุคคลไง แต่สิ่งที่มันลึกลับซับซ้อนกว่าไง ข้าเก่าเต่าเลี้ยง
ข้าเก่าๆ เวลาอวิชชา อวิชชาพญามารๆ มันอยู่ที่ฐีติจิต มันอยู่ที่หัวใจดวงนั้น ถ้าหัวใจดวงนั้น จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ เพราะมันมีอวิชชา มีพญามาร มันถึงเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะไง
สิ่งที่เป็นของหยาบๆ วัตถุธาตุ สิ่งของที่เป็นวัตถุ สิ่งที่เป็นแก้วแหวนเงินทองเป็นวัตถุ เป็นสาธารณะประจำโลก จริตนิสัย สันดาน มันก็เป็นสันดานประจำจิต อริยสัจมันลึกกว่านั้นอีก อริยสัจมันลึกกว่านั้นน่ะ ถ้ามันไม่ลึกกว่านั้น มันจะเข้าไปถึงพญามารได้อย่างไร
ข้าเก่าเต่าเลี้ยง
ข้าเก่าๆ มันเป็นสันดานมากับใจดวงนั้น
นี่ไง เวลาพระสารีบุตรเป็นพระอรหันต์ เวลาเขานิมนต์ไปฉันที่บ้าน มันเป็นร่องสวน โดดข้ามๆ นั่นน่ะ พอโดดข้าม ชาวพุทธที่ไปนิมนต์มา เอ๊อะ! เป็นอัครสาวกเบื้องขวานะ ทำไมไม่สำรวมระวัง
ไปฟ้ององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า “นั่นน่ะพระอรหันต์ อัครสาวกเบื้องขวา แต่เขาเคยเป็นพญาวานรมา ๕๐๐ ชาติ นิสัยสันดานมันยังติดมาน่ะ
แต่อริยสัจมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง พระอรหันต์นะน่ะ ถ้าเป็นพระอรหันต์มันลึกกว่านั้นไง ลึกกว่าสันดานของตนน่ะ ถ้ามันไม่ลึกถึงสันดานของตน นี่เต่าเลี้ยง เต่าอายุมันยั่งยืนนะ
กิเลสที่ว่าเป็นพญามารๆ เวลา ยถาภูตัง ญาณทัสสนะ ยถาภูตัง คือชำระล้างกิเลส แล้วเกิดญาณทัสสนะ นู่น กิเลสนอนตายอยู่นู่นน่ะ พิจารณาพลิกศพกิเลส มันเป็นข้อเท็จจริง แล้วครูบาอาจารย์ที่ปฏิบัติมันรู้จริงเห็นจริงอย่างนั้น ถ้ามันรู้จริงเห็นจริงอย่างนั้นมันเป็นสัจจะเป็นความจริง
ฟังธรรมๆ
ถ้าฟังธรรมๆ นะ เวลาหลวงตาพระมหาบัวท่านเทศน์ หลวงปู่ลีท่านเป็นพระอรหันต์ไง เวลาเทศน์จบแล้วนะ “ลีเนาะ ลีเนาะ”
พระอรหันต์ด้วยกัน พระอรหันต์เหมือนกัน มันรู้เหมือนกัน มันแตกต่างกันไม่ได้ ถ้ามันแตกต่างกัน แสดงว่าพระอรหันต์องค์หนึ่งถูก พระอรหันต์องค์หนึ่งผิด พระอรหันต์ไม่เหมือนกันไง
อริยสัจมีหนึ่งเดียวเหมือนกันหมด
ถ้ามันไม่เหมือนกัน เวลา ธมฺมสากจฺฉา เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ ไง เวลาสนทนาธรรม สนทนาธรรมนี่ไง เหตุ ธรรมทั้งหลายมาแต่เหตุ เอ็งจะเป็นพระอรหันต์ จะเป็นอย่างไร มีคุณธรรมมากน้อย เชิญตามสบาย กิเลสมันจูงจมูกไปแล้ว
แต่ถ้าเป็นจริง มันเกิดอย่างไร ทำความสงบของใจอย่างไร
ธรรมทั้งหลายมาแต่เหตุ มันมีเหตุ มีที่มาที่ไปทั้งสิ้น ถ้ามันไม่มีที่มาที่ไป มันลอยมาจากฟ้าหรือ มันมาจากไหน มันเป็นไปไม่ได้ นี่ไง มันโดนกิเลสตลบหลัง กิเลสตัวร้ายๆ นั่นน่ะ เต่าเลี้ยง
ข้าเก่าเต่าเลี้ยง มันคุ้นเคย มันละเอียดลึกซึ้งอยู่ในจิตของตน แล้วไม่รู้ เท่าทันมันไม่ได้ เท่าทันมันไม่ได้ไง ถ้าเท่าทันไม่ได้ เห็นไหม
เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เรามีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา เราจะฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ เวลาฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาไง ถ้าครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมๆ ให้ทำความสงบของใจเข้ามาก่อน
จะทำความสงบของใจเข้ามาก่อน นั่นก็เผชิญกับกิเลสอย่างหยาบๆ นั่นน่ะ รูป รส กลิ่น เสียงเป็นบ่วงของมาร เป็นพวงดอกไม้แห่งมาร รูป รส กลิ่น เสียงนั่นน่ะทำให้จิตใจของเรามันเฟื่องฟู จิตของเรามันส่งออก สิ่งนั้นมันทำให้เรามีความทุกข์ความยากไง
ถ้าเราจะเท่าทันมัน รูป รส กลิ่น เสียงเป็นบ่วงของมาร เป็นพวงดอกไม้แห่งมาร ถ้าเป็นพวงดอกไม้แห่งมาร ถ้าเราเท่าทันไง ไอ้พวงดอกไม้ก็ไอ้แค่ดอกไม้ การชื่นชมบูชา แค่นั้นนะ เอ็งก็บ้าไปกับเขาได้ ถ้าแค่นั้นน่ะ ใช่
ทุกคน เราเกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา ปุถุชนคนหนา ถ้ามีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนาก็อยากสร้างคุณงามความดี ถ้าเขาจะทำคุณงามความดีด้วยความเป็นสัจธรรม เป็นอำนาจวาสนาของเขา เราก็เห็นดีเห็นงามอยู่อย่างนั้น แต่ก็ไม่ให้เขาล่วงล้ำมากไปกว่านั้น
ถ้าล่วงล้ำมากไปกว่านั้น เริ่มต้นจากคุณงามความดีไง เป็นกุศล มันจะทำให้เกิดอกุศล ทำให้เกิดอกุศล เวลาสร้างคุณงามความดีแล้วมันก็ยึดมั่นถือมั่นของมันไง ฉันทำคุณงามความดีแล้วฉันต้องยิ่งใหญ่ ฉันต้องมีคนนับหน้าถือตา
เอ็งจะบ้าหรือ ทำความดีแล้วก็จบ ความดีก็คือความดีไง เราก็สาธุ แล้วจะให้เขาเชิดชูบูชา จะให้ขี่คอเขาตลอดไปหรือ มึงจะบ้า ความดีเราทำแล้วก็จบไง พอจบแล้วก็ทำความดีต่อไปไง จนเป็นจริตเป็นนิสัยขึ้นมาไง
ถ้าเป็นจริตนิสัยขึ้นมา รูป รส กลิ่น เสียงเป็นบ่วงของมาร เป็นพวงดอกไม้แห่งมาร ถ้าเราเท่าทันมันแล้ว สิ่งนั้นน่ะเป็นเส้นทางเดินไง การทำคุณงามความดี ทาน ศีล ภาวนา มันเป็นหนทางของชาวพุทธไง
แต่ชาวพุทธที่เป็นสิ่งที่ดีงาม เขาทำแล้วเขาก็ชื่นใจ ทำแล้วเขาก็นั่งสงบไง เขาก็นั่งภูมิใจไง แล้วเขาก็ไม่ต้องให้ใครมาแบกมาหามไง
โอ๋ย! ถ้าทำคุณงามความดีแล้วมันต้องคนโน้นหามนะ หามเสลี่ยง โอ้โฮ! ชื่นชมเลย
มึงจะบ้า เพราะมันบ้าแล้วไง มันบ้าเพราะอะไร มันบ้าเพราะมันจะละศีลสมาธิ ปัญญา
ถ้ามันจะเป็นความสงบ มันสงบที่ไหน นั่นมันสงบหรือ นั่นน่ะมันเห่อเหิมทะเยอทะยานอย่างนั้นมันสงบตรงไหน
แต่ทำคุณงามความดีแล้วถ้ามันสงบระงับ เออ! ใช่
พระพุทธศาสนาไง สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี
แล้วถ้าจิตมันสงบ สงบได้อย่างไร
สงบด้วยธรรมทั้งหลายมาแต่เหตุ มันต้องมีสติปัญญาของมันสิ
แล้วสติปัญญามันเท่าทันอะไร
เต่าเลี้ยง
เต่าเลี้ยงมันจะอยู่ที่ฐีติจิต มันแค่พลิกตัวเท่านั้นน่ะ เราล้มระเนระนาดเลย
แล้วเราเกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เราบวชเป็นพระ เป็นนักรบ ธรรมและวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศึกษาเล่าเรียนแล้วจบ ๙ ประโยค พอ ๙ ประโยคแล้ว โอ้โฮ! เขาถวายใบประกาศ เขาถวายทุกๆ อย่างเลย นั่นน่ะศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
แล้วไอ้เต่าเลี้ยงในใจ โอ้โฮ! เกิดทิฏฐิมานะ เกิดความอหังการ เกิดว่าเป็นศากยบุตรพุทธชิโนรส ศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ก็ของพระพุทธเจ้า แล้วของเอ็งล่ะ
เพราะอะไร
ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก ไง
อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนไง
หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านอยู่ในป่าในเขาของท่าน ต้องให้ใครมาเชิดชูบูชา ท่านมีคุณธรรมในหัวใจของท่านไง วิหารธรรมไง มีวิมุตติสุข วิมุตติสุขประจำหัวใจดวงนั้นไง แล้วโลกมันมีค่าอะไร วัฏฏะมันมีค่าอะไร มึงจะบ้าบอคอแตกอะไรไปกับเขา
เต่าเลี้ยงตัวร้ายนัก มันคอยยุคอยแหย่ในใจนั้นน่ะ เรามา เรามาเพื่อจะกำราบปราบปรามมัน แต่ไม่รู้จักมันเลย แล้วไม่เคยเห็นมันเลย แล้วมึงจะไปกำจัดมันได้อย่างไร
ถ้ามึงจะไปกำจัดมัน กิริยาที่มึงแสดงออก ที่มึงกำลังจะบ้าอยู่นั่นน่ะ ที่มึงกำลังจะบ้าอยู่นั่นน่ะ ถ้ามันเท่าทัน เห็นไหม ถ้ามันเท่าทัน โอ้โฮ! มันเศร้านะ
แล้วถ้าไม่เท่าทันมัน แค่มันขยับตัว เต่าเลี้ยง ล้มระเนระนาดเลย ก็แค่นี้หรือ เรียนมาจบ ๙ ประโยค ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปากเปียกปากแฉะท่องได้หมด แล้วแสดงกิริยาอหังการเสียด้วยนะ แต่ไอ้เต่าเลี้ยงที่มันพลิกตัวอยู่ในใจกลับไม่รู้จักมันน่ะ มันน่าสังเวช
แต่ถ้าเราเป็นนักรบๆ สิ่งใดที่เกิดขึ้นมันสังเวชไง สังเวชในใจของเรา
เวลาครูบาอาจารย์ของเราคุ้มครองดูแลมาให้เราเป็นนักรบ ให้เราเป็นพระภิกษุ เป็นพระกรรมฐาน เพื่อจะรู้เท่าทันเต่าเลี้ยงในใจของตน แค่ทำความสงบของใจน่ะมันรู้ ทำความสงบของใจ ถ้าใจมันสงบระงับเข้ามาได้ มันมีความสงบสุขของมัน
ถ้ามันไม่มีความสงบ มันฟุ้งมันซ่าน มันคิด มันตอกมันย้ำ มันเหยียบมันย่ำ มันทำลาย เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บก็เจ็บของมึงอยู่คนเดียวไง เจ็บแล้วไม่รู้จะไปบอกใคร แต่เจ็บ เจ็บ เกือบตาย เจ็บ เจ็บอยู่อย่างนั้นน่ะ เต่าเลี้ยง มันพลิกมันแพลงอยู่กลางหัวใจ
นักรบ นักรบเขารบที่นี่ไง เขารบบนหัวใจของตัวเรานี่
แต่นี่เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา บวชเป็นพระ บวชเป็นสังฆะ สังคมของสงฆ์ไง สังคมของสงฆ์ ทำสังฆกรรม ฉันทามติ ค้านแม้แต่เสียงเดียวก็ใช้ไม่ได้ แล้วเวลาจะค้านแม้แต่เสียงเดียวใช้ไม่ได้ ฟังธรรมๆ มันขัดเกลาหัวใจของตนให้เห็นตรงกัน ให้เห็นถึงธรรมและวินัย ให้เห็นถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เห็นถึงพุทธะที่เต่าเลี้ยงมันครอบงำอยู่นี่
เต่าเลี้ยงมันอยู่ในบ่อ คูหาของจิต แล้วมันพลิกเดียวก็ล้มระเนระนาด แหม! ปัญญาเยอะนะ นักปราชญ์ราชบัณฑิตรู้ทุกเรื่องเลย แต่ทำไมมันเจ็บ เจ็บ เจ็บอยู่นี่วะ
แต่ถ้ามันทัน มันทันมัน เห็นไหม เราฝึกหัดของเรา เราทำความสงบของใจเข้ามา ถ้าทำสิ่งใดไม่ได้ ข้อวัตรนั่นน่ะ
เวลาศิลปะหรืองานที่ละเอียด เขาทำแล้วมันไม่ได้ผล เขาทำซ้ำ เขาพิสูจน์ เขาพยายามจะทำให้มันคลิกเข้ากันให้ได้หมดไง
นี่ก็เหมือนกัน ถ้ามันสงบได้ แต่ที่มันสงบไม่ได้ นี่ไง ที่พระอรหันต์ในสมัยพุทธกาลไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง ไอ้นั่นดีที่สุด ไอ้นี่ดีที่สุด มันก็เป็นอำนาจวาสนา มันเป็นความถนัด แต่เวลาทำความสงบของใจ ใจของเราต่างหาก สิ่งที่มันพลิกแพลงอยู่ในใจ เต่าเลี้ยง เต่าเลี้ยงคือพญามาร มารที่มันครอบงำหัวใจของเรา ถ้ามันครอบงำในหัวใจของเรา มันก็เป็นกิเลสในใจเรา เป็นพญามารในใจเรา
แล้วพญามารของใจของคนอื่น คนที่เขามีครอบครัว เขามีลูกมีหลาน เขาเลี้ยงลูกหลานมาแต่ละคนนิสัยไม่เหมือนกัน เวลาพ่อแม่อบรมบ่มเพาะแต่ละคน เห็นไหม มันเป็นอย่างนี้ มันเป็นอย่างนั้น มันเป็นอย่างโน้น แต่ละบุคคลมันไม่เหมือนกัน นี่ไง เต่าเลี้ยงไง กิเลสในใจของคนมันแตกต่างกัน มันแตกต่างกันเพราะอะไร เพราะมันสร้างเวรสร้างกรรมมาแตกต่างกัน
เวลามาเกิดเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นลูก เป็นเต้ากันในครอบครัวของตน พันธุกรรมของร่างกาย ถ้าไปโรงพยาบาล ดีเอ็นเอของพ่อของแม่ทั้งนั้นน่ะ ของพ่อของแม่เพราะอะไร เพราะเรามีเวรมีกรรมต่อกัน เราถึงมาเกิดร่วมกันไง
แต่เกิดร่วมกัน เกิดร่วมกันในโลกนี้ สมมุติในปัจจุบันนี้ แต่จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมันยืดยาวมามากกว่าไง เต่าเลี้ยงที่มันฝังหัวใจมา มันพลิกมันแพลงของมัน มันเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมามากมายมหาศาล
เวลาสังคมไทย ลูกเราเลี้ยงได้แต่กาย เลี้ยงได้แต่ตัวมันไง แต่เลี้ยงหัวใจของมันไม่ได้ไง พอเกิดมาอายุครบ ๒๐ มาบวชเป็นพระนี่ไง มาบวชเป็นพระ ธรรมโอสถ ธรรมะขัดเกลาหัวใจของบุคคลคนนั้นไง นี่คือธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง
ศึกษาธรรมและวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขึ้นมาแล้วเป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิตไง นั่นเป็นธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะมาขัดเกลาหัวใจของเรานี่ไง
แล้วถ้าเราเป็นพระกรรมฐาน พระปฏิบัติไง ธรรมและวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สาธุ สาธุ ศึกษามาแล้วสาธุ มันซาบซึ้ง มันเป็นบุญเป็นคุณ มันเป็นสิ่งที่มีโอกาส เรามีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เรามีศาสดาไง แต่เราจะฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาให้มันเป็นความจริงขึ้นมาในหัวใจของตนไง ถ้ามันเป็นความจริงขึ้นมาในหัวใจของตนนะ ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโกไง
ครูบาอาจารย์ท่านให้สันทิฏฐิโก
สันทิฏฐิโกคือเห็นไอ้เต่าเลี้ยง
ข้าเก่า เราก็เผชิญหน้ากับมันมาแล้ว เต่าเลี้ยงอยู่ในคูหาของใจ แล้วเต่าเลี้ยง เราก็เลี้ยงมันมา เลี้ยงมา เห็นไหม เวลาพระกรรมฐาน อดนอน ผ่อนอาหารนั่นน่ะ
กินอิ่มนอนอุ่น เต่าเลี้ยงมันก็ยิ่งใหญ่ มันนอนนิ่งๆ มันไม่ได้ทำอะไรเลย มันอยู่ในคูหาของใจ เราก็บำรุงบำเรอมัน เพราะอะไร เพราะคนเกิดมาต้องมีอาหารไง
อาหาร เห็นไหม เวลาเวียนตายเกิดในวัฏฏะ กามภพ รูปภพ อรูปภพ เกิดเป็นมนุษย์ กวฬิงการาหาร เกิดเป็นเทวดา วิญญาณาหาร เกิดเป็นพรหม ผัสสาหาร พระอรหันต์ มโนสัญเจตนาหาร มโนวิญฺญาเณปิ นิพฺพินฺทติ ทิ้งหมดแล้ว มโนก็ทิ้ง สมมุตินี้ทิ้งหมดเลย
เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะสื่อสารไง เห็นไหม มโนวิญฺญาเณปิ นิพฺพินฺทติ เวลาอาหาร ๔ กวฬิงการาหาร วิญญาณาหาร ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร
มโนสัญเจตนาหารอย่างไร เป็นอย่างไร ทำอย่างไร
ถ้ามันทำลายเต่าเลี้ยงมันรู้หมด
แต่ถ้าเต่าเลี้ยงมันคุมอยู่ในหัวใจ เวลาศึกษามา นั่นก็ธรรมวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง ศึกษามาแล้วเป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิตไง แต่รู้อะไร งงไปทุกเรื่องนะ มันไม่เป็นปัจจัตตัง เป็นสันทิฏฐิโก
ชนะข้าศึกคูณด้วยแสน คูณด้วยล้าน สร้างเวรสร้างกรรมทั้งสิ้น ชนะเต่าเลี้ยง เต่าเลี้ยงแค่นอนสงบๆ ก็สัมมาสมาธิ ถ้าเห็นกาย เห็นเวทนา เห็นจิต เห็นธรรมตามความเป็นจริงไง วิปัสสนาญาณมันจะเกิดไง จักขุญาณไง
นี่ไง หลับตา ลืมตา หลับตา ลืมตา
ไอ้นั่นมันแก้วตา มันต้องไปจักษุแพทย์ ตาเอียง ตาสั้น ตายาว เขาแก้ไขให้ได้หมด
จักขุญาณต้องเกิดจากธรรมและวินัย ธรรมและวินัย ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา เกิดจักขุญาณ เกิดจากจิต สิ่งที่เห็นโดยจิต สิ่งที่เข้าใจโดยจิตของตน มันรู้มันเห็นข้าเก่าเต่าเลี้ยง เห็นกิเลสตัณหาความทะยานอยาก ถ้ากิเลสตัณหาความทะยานอยากมันสำรอก มันคาย มันปล่อย ถ้ามันขาด เป็นสมุจเฉทปหาน เป็นสัจจะเป็นความจริงไง
ฟังธรรมๆ ฟังธรรมในพระกรรมฐาน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือฟังธรรม สิ่งที่อันดับที่สองคือนั่งสมาธิตลอดรุ่ง ความเพียร ฟังธรรมแล้วทำความเพียร
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธรรมๆ ไง เทวดา อินทร์ พรหมสำเร็จเป็นแสนๆ ฟัง เวลาเทศนาว่าการ เวลาลูกศิษย์พระสารีบุตร ๕๐๐ สำเร็จหมด ลูกศิษย์ของพระโมคคัลลานะ ๕๐๐ สำเร็จหมด
แล้วสิ่งที่พวกที่ดื้อดึง ฉัพพัคคีย์ สัตตรสวัคคีย์ สิ่งที่เกิดธรรมและวินัย เกิดมาจากพวกนี้ทั้งนั้นน่ะ พวกที่ว่ามีสติปัญญา มีนักปราชญ์ราชบัณฑิต มีความรู้ มันเป็นเรื่องกฎกติกา
เวลาพระในสมัยพุทธกาลไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอก สึกอะไรๆ ก็เป็นอาบัติๆ ทั้งหมด มันวุ่นวายน่าดูเลย
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกว่า รักษาศีลข้อเดียวได้ไหม รักษาใจของตนนั่นไง
ถ้าไม่มีเจตนาทำความชั่ว เรามีเจตนาที่เป็นคุณงามความดีทั้งสิ้น ถือศีลข้อเดียว ข้อที่ไม่มีเจตนาทำความผิดเลย พระองค์นั้นอยู่ได้ แล้วฝึกหัดประพฤติปฏิบัติสำเร็จเป็นพระอรหันต์
ไอ้นั่นมันธรรมและวินัย มันเป็นกติกา มันเป็นข้อห้าม แล้วเราก็ศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วความจริงในใจของมึงล่ะ
เต่าเลี้ยงมันพลิกมันแพลง ล้มระเนระนาด มันต้องเข้าข้อนั้น จะมาเข้าข้อนี้ มันจะเข้าข้อโน้น
แต่ถ้าเราเป็นจริงนะ เราเป็นศากยบุตรพุทธชิโนรส เรามีหิริมีโอตตัปปะ เรามีความละอายนะ แค่คิดเข้าข้างตัวเอง เราก็เก้อก็เขินแล้ว อะไรมึงก็ถูกคนเดียว คนอื่นผิดทั้งนั้นน่ะ
ผิดถูกมันก็ต้องวัดกันที่ศีลนั้นไง เข้าข้อไหน นี่ไง สิ่งที่ปาราชิก ๔ ไง ลักของ ของเขาไง ลักบนอากาศ คิดว่าของที่ตั้งอยู่ ถ้าภิกษุจับแล้วยังไม่เป็นปาราชิก แต่ถ้าของนั้นเคลื่อนไปเป็นปาราชิกไง สุดท้ายแล้วพระมันก็บิดเบือน เวลาลักของที่ตั้งอยู่ มันไม่เอา มันไปเอาของที่แขวนไว้ไง
ธรรมและวินัย อนุบัญญัติไง ลักของเขาทั้งที่บนพื้นก็ดี บนอากาศก็ดี
เราอ่านพระไตรปิฎกทีแรกงงเลย บนอากาศที่ไหนวะ
อ๋อ! ของที่แขวนไว้
ดูสัตตรสวัคคีย์สิ ดูพระสิ นี่วินัยๆ นะ ไอ้เต่าเลี้ยงมันร้ายนัก เต่าเลี้ยงในใจของตนมันเข้าข้างตัวเองทั้งนั้นน่ะ พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้อย่างนี้ มันก็แถไปโน่น ก็เป็นอนุบัญญัติ อนุบัญญัติ บัญญัติตามมันไป ตามไอ้ความเจ้าเล่ห์ เจ้าเล่ห์แสนงอน
มันเข้าข้อนั้น เข้ากติกานั้น อันนั้นมันไม่ผิด
ไอ้ที่ยังไม่ได้บัญญัติมันยังไม่มีไง
บอกลักบนอากาศ
ของที่แขวนไว้ ฐานมันไม่มีไง ถ้าฐานมันไม่มี มันเคลื่อนจากฐาน ตั้งใจว่าจะเอาสิ่งนั้น เดินไปยังไม่ผิด จับแล้วก็ยังไม่ผิด แต่ถ้ามันขยับเคลื่อนจากฐานมันสมบูรณ์แล้ว ปาราชิก ขาด ขาดจากความเป็นพระ
อันนี้มันแขวนบนอากาศ อันนี้มันทำอย่างไร ลักบนอากาศ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็บัญญัติ บนพื้นก็ดี บนอากาศก็ดี จงใจลักของเขา ปาราชิก
แล้วไปลักทำไม ไอ้เต่าเลี้ยงมันกวน ไอ้เต่าเลี้ยงมันเห็นแล้วมันอยากได้ ไอ้ของเราถ้ามันมีอยู่แล้ว ถ้ามันมีความละอาย ไปเอาทำไม
สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดคือหัวใจของคน
เราเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในครรภ์ ๙ เดือน คลอดออกมาเป็นเรา พ่อแม่เลี้ยงดูมาขนาดไหน เรามีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา มันมีสติมีปัญญา นี่ศากยบุตรพุทธชิโนรส มีบุญมีกุศล แล้วมาบวชเป็นพระ บวชเป็นพระ กว่าจะได้มาเป็นพระ กว่าจะได้เกิด กว่าพ่อแม่จะเลี้ยงดูมา กว่าจะอุปัชฌาย์จะยกเข้าหมู่ พอบวชเป็นพระแล้ว กว่าจะได้สถานะของความเป็นพระมาเจียนตาย มันได้มาง่ายๆ หรือที่นั่งกันอยู่นี่
มันได้มาเพราะบุญกุศลของตน เพราะอำนาจวาสนาของตน เราถึงรักษาสถานะของความเป็นพระของเราอยู่ได้
แล้วเวลาไอ้เต่าเลี้ยงมันพลิกมันแพลงในใจของตน ไอ้ของไอ้แค่นั้น นั่งเฉยๆ นะ เดี๋ยวนะ เวลาไทยทานมามันมากกว่านั้นอีก แต่ด้วยทิฏฐิด้วยมานะ ด้วยความขาดสติขาดปัญญา ไม่มีหิริมีโอตตัปปะ ไม่มีความเกรงกลัว ไม่มีความละอายอะไรเลย
ถ้ามีวาสนา มันมีความเกรงกลัว มันมีความละอาย มันละอายต่อบาป นั่นมันบาปกรรม มันเป็นอกุศล แค่ความคิด คิดอยากได้ คิดจะเอา ผิดแล้ว มึงไม่อายตัวเองบ้างเลยหรือวะ เวลามันคิดนะ เวลามีสติปัญญาขึ้นมามันถามตัวเอง เฮ้ย! มึงไม่อายบ้างเลยหรือวะ ถ้ามีสติปัญญา
แต่ถ้ามันขาดผึง มันไม่มีสติปัญญา มันไปโดยไอ้เต่าเลี้ยงมันพลิกตัว แล้วล้มระเนระนาด อารมณ์ชั่ววูบๆ อารมณ์ชั่ววูบ มึงไม่เคยฝึกฝนอะไรไว้เลย เวลาพูดถึงธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ชาวพุทธเราเข้าใจทั้งนั้นน่ะ แต่ทำไมทำไม่ได้
ทำไม่ได้เพราะขาดการฝึก
จิตใจของคน เวลาพายุเข้ามา เวลาก่อนพายุมา เขาเตือนนะ โอ๋ย! ต้องอพยพนะ ต้องดูแลทรัพย์สินของตนนะ เวลาพายุมา ทำอะไรไม่ได้หรอก เวลาพายุมา มันพัดมานะ ระเนระนาด บ้านเรือนนี้พังหมดเลย
ไอ้นี่ก็เหมือนกัน เวลาฝึกหัดๆ เวลาถ้าไม่มีหิริ ไม่มีโอตตัปปะ ไม่มีความละอาย เวลาพายุมันก่อขึ้นมา อารมณ์ชั่ววูบ จบหมดเลย
แล้วกุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา ใครเป็นคนทำล่ะ สิ่งที่เกิดขึ้น ใครเป็นคนทำ ถ้าไม่มีเจตนา ไม่มีจิต ใครจะกระทำ นี่ไง ถึงฝังดินไว้นี่ไง ถ้าทำดี ทำดีมันก็ฝังลงที่ใจนี้ไง พระโพธิสัตว์ๆ ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย ครูบาอาจารย์ที่ท่านประพฤติปฏิบัติมา ท่านได้สร้างอำนาจวาสนาบารมีของท่านมา ท่านถึงมีความซื่อสัตย์ มีความสุจริต มีการกระทำ มีสัจจะในการกระทำ
ไอ้ของเราก็ตั้งสัจจะเหมือนกัน เป็นคนเหมือนกัน ประชาธิปไตย บวชเหมือนกัน ศีล ๒๒๗ เหมือนกัน เหมือนกันทั้งนั้นเลย แต่ทำไมทำไม่ได้เหมือนกันล่ะ ทำไมล่ะ
ย้อนกลับไปเลย เอ็งทำอะไรมา ถ้าเราทำอะไรมานะ พอทำมา มันมีอำนาจวาสนา มันไม่เคยเพ่งโทษใคร มันไม่เคยจะไปแข่งขันกับใคร ถ้าจะแข่งก็แข่งกิเลสเราเท่านั้น
เราจะทำคุณงามความดีๆ กิเลสมันพลิกมันแพลงของมัน ไอ้โน่นก็เหนื่อย ไอ้นี่ก็ยาก ไอ้นั่นก็ลำบาก ไอ้นั่นก็ทำไม่ได้
ทำไมคนอื่นทำได้ล่ะ ทำไมครูบาอาจารย์ท่านเป็นพระอรหันต์ไปหมดแล้วล่ะ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกไว้นะ ถ้าประพฤติปฏิบัติตามแนวทางสัมมาทิฏฐิถูกต้องชอบธรรม ๗ วัน ๗ เดือน ๗ ปี แล้วเราประพฤติปฏิบัติขึ้นมา มันไม่เป็นตามแนวทางที่ถูกต้องชอบธรรมหรอก เพราะไอ้เต่าเลี้ยงนั่นน่ะมันพลิกมันแพลงของมัน มันบิดมันเบือน มันบิดมันเบือนตั้งแต่หัวใจของเรา
เราตั้งใจ ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นสัมมาทิฏฐิถูกต้องชอบธรรม
มึงท่องเอา มึงท่องเอา
มึงท่องมาแล้วมึงทำให้เหมือนหรือเปล่า ทำให้มันเป็นจริงหรือเปล่า
ทำก็ทำไม่เหมือน ทำไม่เหมือนก็ไม่เหมือน มันของเทียม
แต่ถ้าเป็นเรื่องของจริงเราล่ะ ทำของเราเอง มันเป็นขึ้นมาจริงๆ ท่ามกลางหัวใจนี้ มันเป็นปัจจัตตัง เป็น สันทิฏฐิโก โอ้โฮ! พอ โอ้โฮ! นะ สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี
สิ่งที่เป็นนามธรรม ถ้าจิตสงบแล้วไง เป็นรูปธรรมเลยล่ะ จับต้องได้ทั้งนั้น พิสูจน์ได้หมด ถ้ามันพิสูจน์ไม่ได้ ทำอย่างไร
มีสติ มหาสติ สติอัตโนมัติ มีปัญญา มหาปัญญา
ปัญญาเป็นอย่างไร
ไอ้ที่ว่าปัญญาๆ ที่เราว่าปัญญากันอยู่นี่ มึงยังไม่เห็นมหาปัญญา มึงจะเห็นเลยว่า ถ้ามหาปัญญา เวลามันรุนแรงขึ้นมามันจะขนาดไหน
หลวงตาพระมหาบัวท่านบอกเลย อสุภะๆ นั่นน้ำป่านะ โดยทั่วไป ดูแม่น้ำลำคลองสิ มันก็ไหลไปธรรมชาติของมัน กั้นเขื่อนขึ้นมายังปั่นไฟได้ทั้งนั้นน่ะ แต่เวลาพายุเข้ามามึงทำอย่างไร เวลาพายุเข้ามา เขื่อนก็พัง เขื่อนแตกหมด ไม่มีอะไรเหลือเลย มันพังระเนระนาดเลย
มหาปัญญา มันรุนแรง มันพลิกแพลงขนาดไหน นี่พูดถึงเวลาไอ้เต่าเลี้ยง เต่าเลี้ยงที่ครูบาอาจารย์ที่ท่านปฏิบัติมาแล้ว ครูบาอาจารย์ที่ท่านปฏิบัติมาท่านรู้ท่านเห็นแต่ละขั้นแต่ละตอน โอ้โฮ! โอ้โฮ!
โอ้โฮ! เพราะเห็นไง
ถ้าไม่เห็นนะ โธ่เอ๊ย! กูก็ทำได้ โธ่เอ๊ย! โธ่เอ๊ย!
เต่าเลี้ยง มึงตายอยู่นั่นน่ะ
ผักบุ้ง เห็นผักบุ้ง โอ้โฮ! เข้าไปในบึงผักบุ้งเยอะๆ โอ้! สวรรค์ของกูเลยล่ะ
ผักบุ้งเขาเอาไว้แกงเทโพ แกงเทโพมีอยู่ทั่วไป ร้านขายข้าวแกงมีเยอะแยะไปหมด แกงเทโพ ยิ่งถ้าไปถึงสวนนะ เป็นความอุดมสมบูรณ์ ผักบุ้งเต็มไปทั้งนั้นน่ะ
แต่ไอ้เรามันเป็นวาสนาไง เราเป็นคนทุกข์คนยาก เราไม่เคยเห็นความสะดวกสบายทั้งสิ้น แค่เห็นผักบุ้ง เห็นสวน โอ้โฮ! สวรรค์กูแล้ว สวรรค์กู
ผักบุ้งเขาเอาไว้เลี้ยงเต่า แล้วเต่าอายุมันยืน แล้วมันอยู่ที่ฐีติจิต ฐีติจิตก็เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ
อันนี้มันเกิดเป็นมนุษย์นะ ความเป็นมนุษย์นี้เป็นอริยทรัพย์ การบวชเป็นพระ บวชเป็นพระ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนตรัย ทุกคนก็ปรารถนาพึ่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วเราเป็นถึงพระสงฆ์ พระสงฆ์องค์เจ้า เวลาประชาชนเขากราบ ยกให้ผ้าเหลือง ผ้าเหลืองเป็นผ้ากาสาวพัสตร์ เป็นธงชัยพระอรหันต์
เราได้ห่มธงชัยพระอรหันต์ แล้วหัวใจเราล่ะ มันเป็นเปรต เป็นผี หรือเป็นเทวดา
นี่ไง ถ้ามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา มันจากข้างนอกและข้างใน
แล้วจะเป็นเปรต เป็นผี เป็นเทวดา เต่าเลี้ยงมันอยู่ที่นั่น
แล้วถ้าเราฝึกหัดปฏิบัติให้เต่าสงบตัวลง เอ็งพลิกเอ็งแพลงมา กูทุกข์กูยากนะ กูก็เกิดเป็นคนนี่แหละ กูก็บวชเป็นพระแล้ว กูก็อยากจะประพฤติปฏิบัติให้มีความสุขบ้าง เอ็งก็อย่าทำลายกูมากเกินไปสิ
แล้วจะให้ทำอย่างไรให้มันเบาบางลงล่ะ
ศีล สมาธิ ปัญญา
ศีลเท่านั้นเป็นรั้วรอบขอบชิด ถ้าเราเออออห่อหมกกันไป มันก็ทำตามความพอใจไง เราพอใจอะไร เราต้องการสิ่งใด อันนั้นเป็นความถูกต้องชอบธรรม อะไรที่มันลำบากลำบน อะไรที่มันเป็นการกีดขวางไม่ให้เต่ามันกินจนพุงกาง กินจนเกินไป เดี๋ยวมันจะอ้วก เราก็ต้องมีสติมีปัญญา ถ้ามีสติปัญญาขึ้นมา มันฝึกหัดขึ้นมา ความฝึกหัดขึ้นมา จิตใจมันจะพัฒนาขึ้นมา ถ้าจิตใจพัฒนาขึ้นมา เห็นไหม
นี่ไง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เราเป็นถึงพระสงฆ์ ทุกคนกราบไหว้บูชา กราบไหว้บูชาเพราะเขาเคารพพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าวางธรรมและวินัยนี้ไว้ ที่เราอยู่กันอยู่นี่ นี่กินบุญขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งนั้น บวชเป็นพระ ออกไปไหนเขาก็เพ่งเล็ง พระส่วนพระนะ พระไปในตลาด เขาก็มองแล้ว พระมันต้องอยู่วัด ไอ้นี่มันที่อยู่ของชาวบ้านเขา
เขาเว้นไว้ในใจ เขาเคารพบูชาเลย
แต่เราสำนึก ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก ว่า เฮ้ย! เฮ้ย! กูเป็นพระจริงๆ หรือวะเนี่ย กูก็คิดเหมือนโลกเขานะ กูก็คิดเหมือนประชาชนนั่นน่ะ ประชาชนเขาเป็นฆราวาส กูเป็นพระ
ถ้ามันคิดได้ มีสติมีปัญญา มันจะมีความละอาย มีความละอาย มีหิริ มีโอตตัปปะ แล้วฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ถ้ามันทำความสงบของใจได้ อวดอุตตริมนุสธรรม ตั้งแต่ฌานสมาบัติไป ถ้ามันเป็นสัมมาสมาธิไง อวดอุตตริมนุสธรรม เพราะมันเป็นธรรมเหนือมนุษย์
สิ่งที่เขาเป็นมนุษย์ๆ กัน เขาทำหน้าที่การงานของเขา ตั้งแต่ฌานสมาบัติขึ้นไปเลย แล้วถ้ามันพลิกมันแพลงขึ้นไป เห็นไหม อวดอุตตริมนุสธรรม ธรรมเหนือมนุษย์
แต่มนุษย์คนหนึ่ง มนุษย์ที่เป็นศากยบุตรพุทธชิโนรสบวชเป็นพระ เป็นนักรบ แล้วมันฝึกหัดปฏิบัติของมันขึ้นมา มันมหัศจรรย์ในใจของมันแล้ว แล้วมีสติมีปัญญา ส่วนใหญ่แล้วเขาจะเงียบ เงียบ เขาไม่พูดหรอก เพราะคนไม่รู้มันไม่รู้หรอก
ไก่ได้พลอย มึงเอาพลอยไปคุยกับไก่
ไก่บอกว่า มึงเอากลับไปเว้ย กูจะเอาข้าวเปลือกเม็ดเดียวพอ
ไก่มันจะเอาข้าวเปลือก มันไม่เอาหรอกพลอย พลอยมันกินไม่ได้ แต่ถ้าคน กูเอานะ เดี๋ยวกูไปขาย กูซื้อข้าวเปลือกให้มึง ๕ เกวียนเลย
มันแตกต่างกัน มันคุยกันไม่รู้เรื่อง มันคุยกันคนละเรื่อง แล้วมันเป็นจริงหรือไม่เป็นจริง ถ้ามันเป็นจริงขึ้นมานะ อวดอุตตริมนุสธรรมไง
แล้วถ้าปฏิบัติจริงหรือไม่จริง เห็นไหม
ถ้าหลงกัน หลงโม้ หลงโอ้อวด เป็นเพราะความหลง ยกเว้นไว้ ถ้าไม่ยกเว้นไว้นะ พระกรรมฐานจบ ไม่มีเหลือ มันโม้กันทุกวัน
ถ้ามันเป็นจริง คนที่เขาเป็นจริงเขารู้
นี่พูดถึงข้าเก่าเต่าเลี้ยง มันอยู่ที่ไหน แล้วเราเกิดมาทำไม เราเกิดมาก็เพราะมันนั่นแหละ เพราะมัน แต่เราสร้างคุณงามความดี เพราะเราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา มาบวชเป็นพระ เป็นพระเป็นนักรบ
กึ่งพระพุทธศาสนา ศาสนาจะเจริญอีกหนหนึ่งไง
เราก็เป็นบุคคลคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสที่จะได้ฝึกหัดปฏิบัติ ถ้ามันเป็นความจริงขึ้นมาได้ ถ้ามันเป็นความจริงขึ้นมาได้ มันมีคุณค่ากว่าใน ๓ โลกธาตุนี้เลย ตั้งแต่พรหมลงมาเลย ไม่มีค่าเท่ากับคุณธรรม
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากราบธรรมๆ เท่านั้น
แล้วถ้าเรามีดวงตาเห็นธรรมๆๆ เต่าเลี้ยงมันทอดหุ่ยเลยน่ะ กูหมดโอกาสแล้วล่ะ เขาถีบกูออกมาจากใจเขาแล้วล่ะ เขาจะเอากูไปเผาแล้ว นี่ไง ถ้ามันเป็นจริง
ถ้ามันไม่เป็นจริงนะ เออออห่อหมก บ้าบอคอแตก แล้วก็หลงใหลกันอยู่อย่างนั้นน่ะ มันจะเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาได้อย่างไร
ถ้ามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา มันต้องคนที่มีวาสนาไง มันคิดได้ มันมีสติสัมปชัญญะ เออ! กูก็ไม่น่าบ้าได้ขนาดนี้เนาะ กูก็บ้ามานานแล้วล่ะ กูจะตั้งตัวของกู กูจะทดสอบของกูให้เป็นปัจจัตตัง เป็นสันทิฏฐิโก กาลามสูตร ไม่เชื่อใดๆ ทั้งสิ้น เชื่อผลของการประพฤติปฏิบัติตามความเป็นจริงในพระพุทธศาสนา เอวัง